ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

30 ปัญหายอดฮิตของเด็ก พฤติกรรม และแนวทางแก้ไข

 

คู่มือปรับพฤติกรรมเด็ก: 30 ปัญหายอดฮิต พฤติกรรม

 และแนวทางแก้ไข



บทความโดย  " rinrada.ai " Jesbodin Sueakham
Ai Agent by Sumontarsuksa
Link Project https://ai.sumontarsuksa.ac.th
Link Rinrada Chat https://ai.sumontarsuksa.ac.th/rinrada/chatgpt

การทำความเข้าใจและปรับพฤติกรรมเด็กต้องอาศัยความเข้าใจในสาเหตุ ความใจเย็น และการตั้งขอบเขตที่ชัดเจน รวบรวม 30 ปัญหายอดฮิตพร้อมแนวทางแก้ไขเชิงจิตวิทยาและการเลี้ยงดูเชิงบวก เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มที่ 1: พฤติกรรมก้าวร้าว ต่อต้าน และท้าทาย

  1. เด็กดื้อ / ไม่เชื่อฟัง

    • พฤติกรรม: เมินเฉยต่อคำสั่ง ตั้งใจทำตรงกันข้าม หรือร้องอาละวาดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

    • แนวทางแก้ไข: ให้คำสั่งที่ชัดเจนและกระชับ ให้ทางเลือกจำกัด (เช่น "จะใส่เสื้อสีแดงหรือสีฟ้า") และใช้ระบบแลกเปลี่ยนรางวัล (Token Economy) เมื่อทำตามข้อตกลง

  2. เด็กกวนตีน / พูดจายกตนข่มท่านหรือกวนประสาท

    • พฤติกรรม: ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เลียนแบบคำพูดผู้ใหญ่ในแง่ลบ

    • แนวทางแก้ไข: รักษาสติและอย่าใช้อารมณ์ร่วม สอนคำพูดที่เหมาะสมแทนที่คำพูดกวนประสาท และเพิกเฉยต่อความตั้งใจกวนเพื่อเรียกร้องความสนใจ (Extinction)

  3. เด็กเท็จ / โกหก

    • พฤติกรรม: บิดเบือนความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด กลัวถูกลงโทษ

    • แนวทางแก้ไข: สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าพูดความจริง ชมเชยเมื่อกล้าสารภาพ และลงโทษตามความเหมาะสมกับความจริงไม่ใช่การโกหก

  4. เด็กขี้ขโมย

    • พฤติกรรม: ลักขโมยของของผู้อื่นหรือของในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

    • แนวทางแก้ไข: สอนเรื่องความเป็นเจ้าของและสิทธิ์ของผู้อื่น พาไปคืนของและขอโทษด้วยตนเองเพื่อรับผิดชอบ และสำรวจว่าเด็กขาดความใส่ใจหรือมีความกดดันทางจิตใจหรือไม่

  5. เด็กแว้น / ขี่รถซิ่ง สร้างความเดือดร้อน

    • พฤติกรรม: รวมกลุ่มแต่งรถเสียงดัง ขับขี่หวหวาดเสียว ฝ่าฝืนกฎจราจร

    • แนวทางแก้ไข: สอดส่องดูแลกลุ่มเพื่อนและกิจกรรมยามว่าง ส่งเสริมให้ใช้พลังงานไปกับกีฬาหรือศิลปะที่ท้าทายแต่ปลอดภัย พูดคุยถึงความเสี่ยงต่อชีวิตอย่างจริงจัง

กลุ่มที่ 2: พฤติกรรมคำพูดและการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม

  1. เด็กแก่แดด / แก่แดดแก่ลม

    • พฤติกรรม: พูดจาหรือแสดงพฤติกรรมเกินวัย เช่น การเกี้ยวพาราสี หรือเลียนแบบผู้ใหญ่ทางเพศ

    • แนวทางแก้ไข: อธิบายขอบเขตความเหมาะสมตามวัยอย่างนุ่มนวล ควบคุมการเสพสื่อโซเชียลมีเดียหรือละครที่กระตุ้นพฤติกรรมเกินวัย และเปิดพื้นที่ให้พูดคุยข้อสงสัยเรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้อง

  2. เด็กปากร้าย / ใช้คำพูดหยาบคายรุนแรง (รวมถึงคำด่าทอต่างๆ)

    • พฤติกรรม: พูดจาสบถ ด่าทอพ่อแม่หรือเพื่อนด้วยถ้อยคำรุนแรง

    • แนวทางแก้ไข: ตั้งกฎห้ามใช้คำหยาบในบ้านอย่างเด็ดขาด หากพูดขึ้นมาให้ตักเตือนทันทีและให้ทำความสะอาดวาจา (เช่น ล้างปากหรือทำงานบ้านชดเชย) พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีในการพูด

  3. เด็กก้าวร้าวรุนแรง (ทำลายข้าวของ / ทำร้ายผู้อื่น)

    • พฤติกรรม: ตี เตะ ขว้างปาสิ่งของเมื่อโกรธ

    • แนวทางแก้ไข: สอนวิธีระบายความอารมณ์ที่ถูกต้อง เช่น การสูดหายใจลึกๆ การนับเลข หรือการชกหมอน แยกเด็กออกจากสถานการณ์กระตุ้นทันที (Time-out)

กลุ่มที่ 3: สุขนิสัยและวินัยส่วนตัว

  1. เด็กสกปรก / ไม่รักความสะอาด

    • พฤติกรรม: ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ทิ้งขยะเรี่ยราด

    • แนวทางแก้ไข: ทำกิจวัตรประจำให้เป็นระบบ (Routine) ติดตั้งตารางเวลาทำความสะอาดที่มองเห็นได้ชัดเจน และใช้สติ๊กเกอร์สะสมแต้มแลกรางวัล

  2. เด็กขี้เกียจ / ไม่ช่วยเหลืองานบ้าน

    • พฤติกรรม: ปฏิเสธการรับผิดชอบงานเบาๆ ในบ้าน นอนอืด ไม่เก็บของเล่น

    • แนวทางแก้ไข: มอบหมายหน้าที่เฉพาะตัวที่เหมาะสมกับวัย (Age-appropriate chores) และไม่ทำแทนให้เด็ดขาดเพื่อให้เด็กเรียนรู้ผลลัพธ์ของการไม่รับผิดชอบ

กลุ่มที่ 4: พฤติกรรมทางอารมณ์และการเข้าสังคม

  1. เด็กขี้อิจฉา / อิจฉาริษยาพี่น้อง

    • พฤติกรรม: กลั่นแกล้งน้อง กรีดร้องเรียกร้องความสนใจเมื่อพ่อแม่สนใจคนอื่น

    • แนวทางแก้ไข: จัดสรร "เวลาพิเศษเดี่ยว" (One-on-one time) ให้เด็กแต่ละคนอย่างสม่ำเสมอ และชมเชยเมื่อแสดงความรักหรือแบ่งปันกับพี่น้อง

  2. เด็กติดจอ / เสพติดมือถือและเกม

    • พฤติกรรม: ร้องอาละวาดเมื่อไม่ได้เล่นมือถือ มีสมาธิสั้นลง แยกตัวจากสังคม

    • แนวทางแก้ไข: กำหนดเวลาหน้าจอ (Screen time) อย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำกุมารแพทย์ และจัดหากิจกรรมทดแทนกลางแจ้งหรือบอร์ดเกมครอบครัว

  3. เด็กขี้ขลาด / ขาดความมั่นใจในตนเอง

    • พฤติกรรม: ไม่กล้าแสดงออก กลัวความผิดพลาด กลัวการเข้าสังคม

    • แนวทางแก้ไข: ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมสำเร็จทีละน้อย ชมเชยความพยายาม (Growth Mindset) มากกว่าผลลัพธ์ และไม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กต้องอาศัย "ความสม่ำเสมอ ความเข้าใจ และความรักความอบอุ่น" การลงโทษด้วยความรุนแรงมักจะได้ผลระยะสั้นแต่สร้างแผลใจระยะยาว การใช้หลักการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) ชมเชยเมื่อทำดี และตักเตือนด้วยเหตุผลเมื่อทำผิด คือกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็กๆ


เจาะลึกปัญหาเฉพาะหน้าและการรับมือสำหรับเด็กวัย 5 - 12 ปี

ช่วงวัย 5–12 ปี เป็นช่วงรอยต่อสำคัญจากปฐมวัยสู่วัยประถมและเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น (Middle Childhood) เด็กในวัยนี้จะเริ่มมีโลกส่วนตัวกว้างขึ้น มีเพื่อนและสังคมโรงเรียนเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก พฤติกรรมและปัญหาเฉพาะหน้าที่ผู้ปกครองมักพบเจอจึงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการ ดังนี้ครับ

1. ปัญหาด้านการเรียนและสมาธิ (Academic & Focus Issues)

  • ลักษณะปัญหา: เด็กมักเหม่อลอยตอนทำการบ้าน ผลการเรียนตกต่ำ ผลัดวันประกันพรุ่ง หรือไม่สามารถจดจ่อกับงานชิ้นหนึ่งจนจบได้

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • เทคนิค Pomodoro สำหรับเด็ก: แบ่งเวลาทำการบ้านเป็นช่วงสั้นๆ เช่น ทำ 15–20 นาที พัก 5 นาที เพื่อไม่ให้สมองล้าเกินไป

    • จัดสภาพแวดล้อมให้ปราศจากสิ่งเร้า: ปิดทีวี เก็บมือถือและของเล่นออกจากโต๊ะหนังสือในขณะที่เด็กต้องทำงาน

    • ใช้ระบบเช็คลิสต์ (Checklist): ให้เด็กขีดฆื่องานที่ทำเสร็จแล้วทีละข้อ ช่วยสร้างความรู้สึกสำเร็จ (Sense of Achievement)

2. ปัญหาติดจอและเกมออนไลน์ขั้นรุนแรง (Digital Addiction)

  • ลักษณะปัญหา: หงุดหงิด ก้าวร้าว อาละวาดทันทีเมื่อถูกบังคับให้ปิดหน้าจอ หรือแอบเล่นเกมตอนดึกจนเสียสุขภาพ

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • ทำข้อตกลงล่วงหน้า (Media Contract): กำหนดเวลาชัดเจนและใช้ตัวช่วยเตือนเวลา (เช่น ตั้งนาฬิกาปลุก) เมื่อถึงเวลาต้องวางมือถือเองโดยไม่ต้องใช้อารมณ์ปะทะ

    • กิจกรรมทดแทนที่ดึงดูดใจไม่แพ้กัน: ชวนทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย เล่นกีฬา หรือทำโปรเจกต์สนุกๆ ร่วมกันเพื่อดึงเด็กออกจากหน้าจอ

    • ห้ามใช้หน้าจอเป็นรางวัลหรือเครื่องสงบสติอารมณ์: เพื่อไม่ให้เด็กผูกติดความสุขไว้กับอุปกรณ์ดิจิทัล

3. ปัญหาการกลั่นแกล้งหรือถูกรังแก (Bullying & Peer Pressure)

  • ลักษณะปัญหา: เด็กอาจเป็นฝ่ายไปแกล้งเพื่อน หรือถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแกจนไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว ซึมเศร้า หรือของใช้ส่วนตัวหายบ่อยๆ

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าเล่า: รับฟังด้วยความสงบ ไม่ตัดสินหรือดุด่าทันที เพื่อให้เด็กมั่นใจว่าเล่าแล้วจะไม่โดนซ้ำเติม

    • สอนวิธีรับมือเชิงยืนยันสิทธิ์ (Assertiveness): สอนให้เด็กพูดคำว่า "หยุดนะ! ฉันไม่ชอบ" ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเดินหนี แทนการใช้กำลังตอบโต้

    • ประสานงานกับครูและโรงเรียน: หากเป็นปัญหาที่โรงเรียน ควรพูดคุยกับคุณครูประจำชั้นเพื่อหามาตรการปกป้องและดูแลอย่างใกล้ชิด

4. ปัญหาการต่อต้าน ไม่ยอมทำตามกฎ และโกหกเพื่อเอาตัวรอด

  • ลักษณะปัญหา: เริ่มเถียงคำไม่ตกฟาก โกหกเรื่องการบ้านหรือเรื่องที่โรงเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำโทษ

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • แยกแยะระหว่าง "พฤติกรรม" กับ "ตัวเด็ก": ตำหนิที่พฤติกรรมไม่ใช่ตัวเด็ก (เช่น พูดว่า "การโกหกทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง" แทนที่จะพูดว่า "ทำไมเป็นเด็กโกหกแบบนี้")

    • เน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ (Natural & Logical Consequences): ให้เด็กได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ทำ เช่น ถ้าทำของเสียหายต้องช่วยกันเก็บเงินซ่อม หรือถ้าโกหกเรื่องเวลาเล่นเกม จะถูกงดเล่นในวันถัดไปโดยไม่ต้องใช้คำด่าทอรุนแรง

ข้อควรคำนึงสำหรับผู้ปกครอง

ในวัยนี้ เด็กต้องการ "ความเข้าใจ" มากกว่า "การบังคับ" การรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาอย่างตั้งใจ (Active Listening) จะช่วยลดพฤติกรรมต่อต้านและสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวได้ระยะยาวครับ


เจาะลึกปัญหาเฉพาะหน้าและการรับมือสำหรับเด็กวัย 13 - 16 ปี (วัยรุ่นตอนต้น)

ช่วงวัย 13–16 ปี เป็นช่วงเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัว (Adolescence) สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการยับยั้งชั่งใจและการประเมินความเสี่ยงยังพัฒนาไม่เต็มที่ ขณะที่ต่อมฮอร์โมนทำงานอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เด็กในวัยนี้มีอารมณ์รุนแรง ต้องการอิสระสูง ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าครอบครัว และมักพบปัญหาเฉพาะหน้าที่ท้าทายผู้ปกครองอย่างมาก ดังนี้ครับ

1. ปัญหาการต่อต้านขั้นรุนแรง การเถียงคำไม่ตกฟาก และการใช้อารมณ์ (Rebellion & Defiance)

  • ลักษณะปัญหา: หงุดหงิดง่าย ปิดประตูใส่หน้า พูดจาประชดประชัน เถียงทุกเรื่อง และรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจโลกยุคนี้

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • ถอยหนึ่งก้าวเพื่อลดการปะทะ: เมื่อเกิดการใช้อารมณ์ร้อนใส่กัน อย่าเพิ่งตอบโต้ในทันที ให้ต่างฝ่ายต่างสงบสติอารมณ์ (Cool-down period) แล้วค่อยคุยกันใหม่ด้วยเหตุผล

    • หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจกดทับ: วัยรุ่นจะต่อต้านทันทีหากถูกสั่งการแบบเผด็จการ ให้เปลี่ยนเป็นการเจรจาต่อรองบนพื้นฐานของข้อตกลงที่ชัดเจน

2. ปัญหาติดเพื่อน การคบเพื่อนกลุ่มเสี่ยง และการคล้อยตามเพื่อน (Peer Pressure)

  • ลักษณะปัญหา: ให้ความสำคัญกับคำพูดของเพื่อนมากกว่าครอบครัว ยอมทำตามเพื่อนเพื่อการยอมรับ (เช่น โดดเรียน สูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือแต่งตัวผิดระเบียบ)

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • สร้างสายสัมพันธ์เชิงบวกที่บ้าน: หากเด็กมีความรู้สึกอบอุ่นและได้รับการยอมรับจากครอบครัว โอกาสที่จะไปไขว่คว้าหาการยอมรับผิดๆ จากนอกบ้านจะลดลง

    • ชวนคิดวิเคราะห์ผลกระทบ (Critical Thinking): แทนที่จะสั่งห้ามคบเพื่อนคนนั้น ให้ตั้งคำถามปลายเปิดชวนคิด เช่น "ถ้าเกิดเพื่อนชวนไปทำแบบนั้นแล้วเกิดปัญหาขึ้น คิดว่าใครจะต้องรับผิดชอบ?" ให้เด็กฉุกคิดด้วยตัวเอง

3. ปัญหาการเสพติดสื่อโซเชียล การนอนดึก และปัญหาโลกส่วนตัวสูง (Digital & Social Media Obsession)

  • ลักษณะปัญหา: หมกมุ่นกับโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา แชทหรือดูคลิปดึกดื่นจนตื่นไปโรงเรียนไม่ไหว แยกตัวจากกิจกรรมครอบครัว

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • ตกลงพื้นที่และเวลางดใช้มือถือร่วมกัน: เช่น กำหนดให้วางโทรศัพท์นอกห้องนอนหลัง 4 ทุ่ม เพื่อรักษาสุขภาพการนอนและการทำงานของสมอง

    • เคารพความเป็นส่วนตัวแต่มีขอบเขต: เข้าใจว่าวัยรุ่นต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ผู้ปกครองต้องสังเกตสัญญาณเตือนภัย เช่น พฤติกรรมซึมเศร้า หรือการถูกบูลลี่ออนไลน์ (Cyberbullying)

4. ปัญหาความรัก วัยวุฒิทางอารมณ์ และความหมกมุ่นเรื่องเพศ (Relationship & Sexuality)

  • ลักษณะปัญหา: เริ่มมีความรักในวัยเรียน มีความสนใจเรื่องเพศ หรือมีความเสี่ยงเรื่องพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย

  • แนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า:

    • เปิดใจพูดคุยเรื่องเพศแบบไม่ตัดสิน: ปรับมุมมองจากการ "ห้ามเด็ดขาด" เป็นการ "ให้ความรู้และวิธีป้องกันที่ถูกต้อง" เพื่อให้เด็กกล้ามาปรึกษาเมื่อเกิดปัญหา

    • สอนเรื่องคุณค่าในตัวเอง (Self-Worth): สอนให้เด็กรู้จักรักและเคารพร่างกายตัวเอง เข้าใจเรื่องการปฏิเสธ (Consent) และความรับผิดชอบ

หัวใจสำคัญในการรับมือวัยรุ่น

การเลี้ยงดูเด็กวัย 13–16 ปี ผู้ปกครองต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ควบคุม" มาเป็น "ที่ปรึกษาที่น่าเชื่อถือ" การรับฟังโดยไม่ด่วนตัดสินหรือบ่นว่า จะช่วยให้วัยรุ่นเปิดใจและกล้าเข้ามาขอความช่วยเหลือเมื่อเจอวิกฤตครับ 


ฝ่ายกฎหมายและนิติกรรม

ฝ่ายกฎหมายและนิติกรรม

โรงเรียนสุมณฑาศึกษา

"คุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ความยุติธรรม ยึดมั่นระเบียบวินัย เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและ

เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ว่าด้วยประเภทของ Hacking และรูปแบบลักษณะพฤติการณ์

บทความนี้เป็นการแชร์และให้ความรู้สำหรับท่านที่ไม่ได้เรียนสายคอมพิวเตอร์โดยตรง ไกด์สำหรับน้องๆที่เรียนด้าน Security ที่ต้องมองบนกับกองหนังสือหนาๆที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่านก็จะสรุปตรงนี้ทีเดียวเลย และข้อสุดท้ายเจอมาบ่อยๆ สำหรับท่านที่เข้าใจเรื่องการ Hack แบบผิดๆ เช่น โดนเพื่อนแกล้งโพสต์เฟสบุ๊คตัวเองขณะไปทำธุระแล้วก็สรุปว่า Hack หรือเหล่าคนดังที่โพสต์เองแต่มาบอกว่าไม่ได้โพสต์โดนคนอื่น Hack อะไรแบบนี้เป็นต้น นี่บ่นซะยาวเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับผม การ เจาะระบบ (Hacking) คือ การเจาะเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างผิดกฎหมายแต่เดิม การเจาะเข้าใช้ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต จะใช้คำว่า Cracking (Cracker) ส่วนคำว่า Hacking (Hacker) จะหมายถึงผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์และ ซอฟต์แวร์อย่างเชี่ยวชาญแต่ในปัจจุบันกลับใช้คำว่า Hacking (Hacker) ในทางลบ ประเภทของ Hacker -  Hacker - Cracker - Script kiddy - Spy - Employee - Terrorist Hacker (แฮกเกอร์)  มีความหมาย 2 นัย - ด้านบวก คอยช่วยสำรวจเครือข่ายเพื่อหาช่องโหว่หรือสิ่งแปลกปลอม มีแรงจูงใจเพื่อการพัฒนาหรือปรับปรุงระ...

มารู้จัก CrowdStrike คืออะไร ต้นเหตุทำ Windows 8.5 ล้านเครื่อง ล่มทั่วโลก

  บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับ CrowdStrike ต้นเหตุทำ Windows – Microsoft จอฟ้าล่มทั่วโลกกันนะคะ จากกรณีข่าวการอัปเดตซอฟต์แวร์ CrowdStrike Sensor ทำคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ (Window) ระบบล่มทั่วโลก หรืออาการ จอฟ้า “Blue Screen” จนหลายอุตสาหกรรมในสายเทคฯเกิดความเสียหายทางธุรกิจ เกิดเป็นการส่งผลลูกโซ่ถึงหุ้นของ CrowdStrike ร่วงหนักกว่า 14% เหลือเพียงประมาณ 320 ดอลลาร์กันเลยทีเดียว CrowdStrike ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก บริษัทมีส่วนร่วมในการสืบสวนเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งสำคัญหลายครั้ง เช่น กรณีบริษัท Sony Pictures ถูกแฮ็กในปี 2557 ซึ่ง CrowdStrike พบหลักฐานเชื่อมโยงรัฐบาลเกาหลีเหนือ หรือ กรณีอีเมลรั่วของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต (DNC) ในปี 2558 ก็ได้บริษัทช่วยเปิดโปงว่าแฮคเกอร์รัสเซียอยู่เบื้องหลัง CrowdStrike เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในสหรัฐฯ เป็นผู้ให้บริการ “จัดการความปลอดภัยด้านไอที” ให้กับบริษัทต่าง ๆ ซึ่งหมายความถึงทุกอย่างที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงนั่นเองค่ะ การปล่อยอัปเดตของ CrowdStri...

มาล่องหน ซ่อนตัวเอง และลบตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต

ปกติแล้วการใช้อินเทอร์เน็ต มีการทิ้งร่อยรอย ฝากรอยเท้าของเราเอาไว้บนโลกไซเบอร์ อย่าคิดว่าเราจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราเป็นใคร จับไม่ได้หรอก แต่ถ้าแกะรอยจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยากเลย ไม่เชื่อลอง เอาชื่อ นามสกุลจริง หรือเอาชื่อ Username / Nickname, ฉายาส่วนตัวของเรา ไปค้นใน Google สิครับ เผลอๆ บางคน เจอใน Wikipedia อีกต่างหาก เพราะใครก็เขียนบน Wikipedia ได้ รวมไปถึง Copy บทความ หรือเรื่องราวเราไปลงตามเวบบอร์ดต่างๆ หรืออาจไปเจออะไรที่เราไม่อยากเปิดเผยก็เป็นได้การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ บนอินเทอร์เน็ตนั้น เคยมีคำพูดว่า เราอยากจะเป็นอะไรก็ได้ บนโลกออนไลน์เป็นแบบนึง บนโลกออนไลน์เป็นอีกแบบ เคยเห็นข่าวไหมครับ มือเกรียนคีย์บอร์ด แรงมาก แต่พอโดนจับ หน้าจอซื่อๆ นิ่มๆ มีเทคโนโลยี ก็ต้องมีการกำกับ ทำให้มีการเก็บข้อมูลในทุกพฤติกรรมการใช้งาน โดยจะมีการผูกด้วยเลข IP (IP Address) สามารถสืบหาตัวคนโพสต์ได้ จนมาถึงยุคนี้คือ Social Network ลองคิดตามว่า ข่าวดาราที่โดนขุด ขุดมาจากอินเทอร์เน็ต มันมีการเชื่อมโยงกันทั้งนั้นแหล่ะครับ แม้เจ้าตัวจะไม่บอกว่า IG นี้เป็นของใคร หรือเป็น...