CrowdStrike ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก บริษัทมีส่วนร่วมในการสืบสวนเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งสำคัญหลายครั้ง เช่น กรณีบริษัท Sony Pictures ถูกแฮ็กในปี 2557 ซึ่ง CrowdStrike พบหลักฐานเชื่อมโยงรัฐบาลเกาหลีเหนือ หรือ กรณีอีเมลรั่วของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต (DNC) ในปี 2558 ก็ได้บริษัทช่วยเปิดโปงว่าแฮคเกอร์รัสเซียอยู่เบื้องหลัง
CrowdStrike เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในสหรัฐฯ เป็นผู้ให้บริการ “จัดการความปลอดภัยด้านไอที” ให้กับบริษัทต่าง ๆ ซึ่งหมายความถึงทุกอย่างที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงนั่นเองค่ะ
การปล่อยอัปเดตของ CrowdStrike Sensor ที่ทำให้ระบบ IT ปั่นป่วนเพราะทำให้ไม่สามารถใช้งานได้โดยเกิดปัญหาที่ชัดเจนคือ BSOD หรือ Blue Screen Of Dead หรือการเกิดจอฟ้าระบบล่มทั่วโลกกันเลยทีเดียวค่ะ

CrowdStrike Sensor เป็นโปรแกรมตัวแทน (agent) ด้านความปลอดภัย ที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์ โดยปกติแล้วจะใช้ในองค์กรต่างๆ เพื่อปกป้องระบบ และข้อมูลขององค์กรนั่นเองค่ะ

การทำงานของ CrowdStrike Sensor

– ตรวจสอบกิจกรรม
ตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ เช่น การรันโปรแกรม การเข้าถึงไฟล์ และการเชื่อมต่อเครือข่าย
– ตรวจจับภัยคุกคาม
ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมเหล่านี้ และระบุพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตราย เช่น มัลแวร์ แรนซัมแวร์ และการโจมตีแบบ zero-day
– ตอบสนองต่อภัยคุกคาม
เมื่อตรวจพบภัยคุกคาม CrowdStrike Sensor สามารถดำเนินการต่างๆ เพื่อตอบสนอง เช่น การบล็อกการเชื่อมต่อที่เป็นอันตราย การกักกันไฟล์ที่น่าสงสัย หรือการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ
ข้อดีของ CrowdStrike Sensor

1. การตรวจจับภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ
CrowdStrike Sensor เป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ AI และ Machine Learning เพื่อระบุภัยคุกคามที่ซับซ้อน และพัฒนาอย่างรวดเร็ว
2. การตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว
สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
3. ใช้งานง่าย
ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร
ตกผนึก...มูลค่าความเสียหายครั้งนี้
บริษัทประกันภัย Parametrix ประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์ระบบไอทีล่มทั่วโลกเพราะ CrowdStrike โดยนับเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ใน Fortune 500 และไม่นับรวมไมโครซอฟท์ คาดว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ราว 5.4 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท
ที่มา www.qrcode.in.th

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น